กรมส่งเสริมสหกรณ์ชี้สหกรณ์ออมทรัพย์คำนึงผลกระทบก่อนลงทุน แนะลงทุนร่วมกันในสหกรณ์ลดความเสี่ยงสร้างความเข้มแข็ง

Posted on by Lucy

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวระหว่างการเปิดสัมมนาเรื่อง “การลงทุนอย่างไรไม่เสี่ยงและถูกต้องตามกฎหมาย” ซึ่งจัดโดยชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครว่า สหกรณ์ต้องตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นว่าการนำเงินของสหกรณ์ไปลงทุน นั้นมีความเสี่ยง มีตัวอย่างจากเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครดิตยูเนี่ยนนั้นเป็นบทเรียนที่ต้อง คำนึงและตระหนักถึงผลกระทบที่วงกว้าง เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน มีลักษณะการดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกัน คือ การดูแลเงินของสมาชิกที่นำมาฝากกับสหกรณ์ ซึ่งในขณะนี้การดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานคร จัดว่าเป็นสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานในระดับดี  และไม่เคยมีความเสียหายเกิดขึ้น สิ่งสำคัญของการตัดสินใจที่จะนำเงินไปลงทุนนั้น จำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับ สหกรณ์

ทั้งนี้ การลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงอาจเกิดผลกระทบตามมาได้ และไม่ใช่วิถีทางของสหกรณ์ การดำเนินงานของสหกรณ์ไม่ใช่เป็นเรื่องของประธาน หรือกรรมการเท่านั้น แต่สหกรณ์เป็นเรื่องของสมาชิกทุกคน และควรต้องคำนึงเสมอว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ไม่ใช้สถาบันการเงินที่ระดมเงินจาก สมาชิกแล้วนำไปลงทุนเพื่อแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน แต่สหกรณ์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนให้กับสมาชิกได้เท่าเทียม กัน  เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน เงินเหลือจากการออมนำมาจัดให้สมาชิกเป็นสวัสดิการ และควรเน้นให้สมาชิกเห็นความสำคัญของการออมมากกว่าการกู้เงินเพียงอย่าง เดียว

อย่างไรก็ตาม ในกฎหมายสหกรณ์มาตรา 62 กำหนดไว้ว่า การลงทุนประเภทไหนบ้างที่สหกรณ์สามารถดำเนินการได้ แต่หากจะลงทุนที่นอกเหนือจากการกำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว ต้องอนุญาตจากคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ปัจจุบันหลายสหกรณ์นำเงินไปลงทุนกับธนาคารพาณิชย์ เป็นสิ่งที่สหกรณ์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า การลงทุนใดๆที่มีผลตอบแทนสูง ย่อมต้องมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสีย และต้องช่วยกันหาทางป้องกันสหกรณ์ไม่ให้ไปลงทุนในธุรกิจที่เสี่ยงและผิด กฎหมาย

“นโยบาย The Hole Value Chain นั้นถือเป็นนโยบายและมีความสำคัญกับระบบสหกรณ์อย่างมาก แต่ละสหกรณ์มีขีดความสามารถและศักยภาพแตกต่างกัน  บางสหกรณ์มีเงินเป็นหมื่นล้าน แต่ยังมีบางสหกรณ์ที่เข้มแข็งน้อยกว่าและขาด โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะมาช่วยเหลือสมาชิก ต้องหาแหล่งเงินทุนภายนอกที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงๆ เพื่อนำเงินมาให้สมาชิกกู้ยืม ถ้าสหกรณ์ที่มีเงินทุนเหลือและมีความเข้มแข็งหันมาช่วยเหลือสหกรณ์ที่ด้อย กว่า จับมือเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายบนพื้นฐานของความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ขบวนการสหกรณ์จะเกิดความเข้มแข็ง Value Chain ดังนั้น การลงทุนที่ดีและมีความเสี่ยงน้อย คือการลงทุนกันในระหว่างสหกรณ์ด้วยกันเอง สหกรณ์สามารถช่วยเหลือกันเองได้  และสหกรณ์นอกภาคเกษตรกับในภาคการเกษตรก็สามารถเชื่อมโยงเรื่องเงินทุนร่วม กันได้ และถือเป็นการลงทุนที่ดีและปลอดภัยที่สุดต่อระบบสหกรณ์” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

 

 

แหล่งข่าวจาก posttoday…