สินค้าพารวย

สินค้าไหนขายแล้วรวย ขายแล้วมีกินมีใช้ มีโอกาสทำให้การขายนั้นดีมากขึ้น อ่านบทความสินค้าพารวยได้ที่นี่

This content shows Simple View


Daily Archives September, 2013

ไรเฟิลส่อง iPhone 5S ดับอนาถ!!!

หลังจาก iPhone 5S วางจำหน่าย รายงานข่าวที่ควบคู่ไปกับยอดขายที่พุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ ก็คือ การทดสอบความอึดที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Apple ว่ากันตั้งแต่ตกพื้น ลงน้ำ ไปจนถึงส่องให้ดับอนาถด้วยปืนไรเฟิล :O

นอกจากการชำแหละแงะงัด iPhone 5S โดยเว็บไซต์ iFixit การทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกหากตกลงสู่พื้นคอนกรีตที่ทดสอบโดย Android Authority ตลอดจนทิ้งลงน้ำแบบแป๊บๆ (เพราะกลัวเจ๊ง – -”) แล้ว การทดสอบที่ซีกำลังรอดูอยู่ก็คือ การนำ iPhone 5S และ iPhone 5C ไปปั่นด้วยเครื่องปั่นจอมพลังในรายการ Will It Blend แต่ล่าสุด RatedPR ได้จัดทำคลิปวิดีโอทดสอบความอึดในด้านต่างๆ ของ iPhone 5S ด้วยวิธีทรมานเครื่องที่หลากหลายก่อนที่จะจบท้ายด้วยการดวลกับปืนไรเฟิล (A50 Calibre Rifle) ซึ่งแน่นอนค่ะว่า ขั้นตอนการทดสอบอันหลังสุด มือถือ Apple ไม่มีทางรอด ผลลัพธ์คือ ดับอนาถในพริบตา ไม่เหมือนกับ Will It Blend ที่คงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเปลี่ยน iPhone 5S ให้กลายเป็นฝุ่นผงอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับการทดสอบความอึดโดย RatedPR ครั้งล่าสุด ทางทีมงานได้นำเสนอบางส่วนของคลิปในรูปแบบที่คล้ายกับการเล่นเกมส์ FPS (First Person Shooter) โดยใช้อุปกรณ์เสริมในการถ่ายทำ เพื่อให้ได้มุมมองลักษณะนี้นั่นก็คือ Google Glass แว่นตาฉลาดๆ จาก Google หลังจากตั้งปืนเล็งศูนย์ไปยังเป้าหมายคือ iPhone 5S สีทอง (ล่าสุดราคาประมูลบน eBay ทะลุ 10,000 เหรียญฯ หรือประมาณ 310,000 บาทไปแล้ว) ที่อยู่บนด็อคกิ้ง ทางทีมงานนับสามก่อนลั่นไกทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงอย่างรวดเร็ว สภาพศพ iPhone 5S คือ กระสุนเจาะทะลุจากด้านหลังของตัวเครื่องจนเป็นรูที่มีปากแผลเหวอะหวะ หน้าจอด้านหน้าแตกร้าวรอบรูกระสุน นับเป็นภาพที่บาดตาบาดใจใครที่อยากได้ iPhone 5S เสียเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม คลิปแรกนี้ อาจจะรวดเร็ว และสั้นไป เพราะเจาะเอาเฉพาะขั้นตอนการทดสอบด้วยปืนไรเฟิล แต่สำหรับคลิปที่ 2 จะเป็นการทดสอบความอึดในหลากหลายรูปแบบ ก่อนที่จะจบลงด้วยการปลิดชีพ iPhone 5S ด้วยปืนไรเฟิลที่ทำภาพสโลว์โมชั่นมาให้ได้ดูกัน ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เห็นภาพการเคลื่อนที่ของกระสุนที่พุ่งเจาะด้านหลังของ iPhone 5S ทะลุไปยังด้านหน้าอย่างช้าๆ ตามด้วยเศษกระจกขนาดเล็กของหน้าที่พุ่งกระจายไปตามกลุ่มควันของลูกกระสุน เห็นแล้วเศร้าเลยค่ะ




อาการชักในทารกแรกเกิด (Neonatal seizure)

อาการชัก เป็นอาการที่มีความสำคัญมากอย่างหนึ่ง และพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะทารกในหออภิบาลทารกแรกเกิด โดยพบได้ร้อยละ 25 ของทารกที่รับการรักษาในหออภิบาลทารกแรกเกิด ซึ่งร้อยละ 85 เกิดขึ้นภายในอายุ 15 วัน และร้อยละ 65 เกิดขึ้นระหว่างอายุ 2 – 5 วัน (พิมลรัตน์ ไทยธรรมยานนท์, 2545) อาการชักเป็นสิ่งแสดงสิ่งแรกที่พบบ่อยเมื่อสมองเริ่มทำงานผิดปกติ หากปล่อยให้ทารกแรกเกิดชักอย่างรุนแรง ชักติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือชักซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่เรื่อยๆ จะเกิดการทำลายในเนื้อสมองของทารกไม่มากก็น้อย ดังนั้นการที่ทารกแรกเกิดมีอาการชักจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพยายามหาสาเหตุเพื่อแก้ไขต่อไป

ชักเป็นอาการทางคลินิกของระบบประสาทที่ทำงานผิดปกติเป็นพักๆ (paroxysmal) ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมการเคลื่อนไหว และ/หรือเป็นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงของอัตราการหายใจ การแกว่งขึ้นลงของความดันโลหิต เป็นต้น การชักที่เกิดขึ้นนี้จะมีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ที่เรียกว่าคลื่นไฟฟ้าของการชัก (electrical seizure) ร่วมด้วย หรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ประมาณร้อยละ 60 ของทารกที่มีอาการชัก แต่ไม่มีความผิดปกติของ EEG (พิมลรัตน์ ไทยธรรมยานนท์, 2545) แต่อย่างไรก็ตามทารกแรกเกิดอาจมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวหลายๆ อย่างที่ดูคล้ายชักได้ เช่น อาการบิดตัว หน้าตาแดง เป็นพักๆ ขากระตุก 1 – 2 ครั้ง ขณะหลับ (myoclonic jerk) อาการคล้ายผวาเมื่อตกใจ (startle reflex) อาการสั่นระรัวของแขน ขา และคาง (jitteriness) เมื่อทารกเคลื่อนไหวและร้องไห้ เป็นต้น