สินค้าพารวย

สินค้าไหนขายแล้วรวย ขายแล้วมีกินมีใช้ มีโอกาสทำให้การขายนั้นดีมากขึ้น อ่านบทความสินค้าพารวยได้ที่นี่

This content shows Simple View


Daily Archives September, 2013

ย้อนยุคอัดรูปสมาร์ทโฟนด้วยห้องมืด

ถึงแม้ยุคนี้อะไรก็เป็นดิจิตอลไปซะหมด แต่หลายคนก็ยังถวิลหาเทคโนโลยียุคอนาล็อกกันอยู่ ไม่เว้นแม้กระทั่งการถ่ายรูป
เดี๋ยวนี้คนต่างก็หันมาใช้กล้องดิจิตอลและมือถือกันหมดแล้ว เพราะทั้งง่ายและสะดวก แต่หลายคนก้ยังถวิลหาความทรงจำในอดีตโดยเฉพาะสมัยกล้องขาวดำ ที่หลายๆ คนนอกจากสนุกไปกับการถ่ายภาพแล้ว ยังสนุกไปกับการล้างรูปด้วยตัวเองในห้องมืดอีก

การล้างรูปสมัยก่อนยุ่งยากมากกว่าจะอัดภาพได้ออกมาแต่ละใบ เริ่มตั้งแต่โหลดฟิล์มใส่รีล (Reel) ในห้องมืดที่ต้องมืดสนิท เพราะฟิล์มมีความไวแสงมาก โดนนิดเดียวฟิล์มเสียอัดรูปไม่ได้อีก ต่อจากนั้นก็เอารีลใส่แท็งค์ล้างฟิล์ม ตามด้วยน้ำยา เขย่าๆ จนได้เวลาก็นำไปล้างน้ำสะอาดแล้วตากให้แห้ง พอฟิล์มแห้งก็เอามาเข้าเครื่อง Enlarger เลือกรูปที่อยากได้ ย่อขยายภาพจนได้ขนาดที่ต้องการ ต่อจากนั้นก็เอากระดาษอัดรูปมาวางด้านล่าง เปิดเครื่องฉายภาพลงกระดาษ ต่อจากนั้นก็นำกระดาษไปล้างในน้ำยาให้ภาพปรากฎ พอภาพมาแล้วก็เอาไปล้างน้ำสะอาดแล้วเอาไปตากให้แห้ง เห็นมั้ยล่ะว่ากว่าจะได้รูปนึงต้องใช้เวลาขนาดไหน

ใครที่ยังคิดถึงกระบวนการเหล่านั้น ตอนนี้มีคนคิดค้นเครื่องที่ชื่อว่า ENFOJER Portable Smartphone Photographic Enlarger ออกมาแล้ว โดยกระบวนการต่างๆ ก็เหมือนกับที่ซีเขียนไว้ด้านบน แต่เปลี่ยนจากการขยายรูปจากฟิล์มมาใช้สมาร์ทโฟนแทนค่ะ คุณสามารถล้างรูปดิจิตอลที่อยู่ในมือถือด้วยวิธีการย้อนยุค ซึ่งหนึ่งรูปก็ใช้เวลาล้างประมาณ 6 นาทีค่ะ แต่ก็สนุกดีเวลาที่เห็นภาพค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนกระดาษขาวที่ว่างเปล่า

ในหนึ่งชุดจะประกอบไปด้วย Enlarger สำหรับส่องย่อ/ขยายภาพ โดยขยายได้ใหญ่สุด 20 x 20 ซม., ถาดใส่น้ำยาล้างรูป 4 ถาด, คีมสำหรับคีบกระดาษขึ้นจากถาดน้ำยา 4 ชิ้น, กระดาษล้างรูป 100 ใบ (ถ้าหมดแล้วก็ซื้อกระดาษล้างรูปยี่ห้อ Ilford มาเติมได้ ) และไฟสีแดงใส่แบตเตอรีสำหรับใช้ในห้องมืด แต่ชุดนี้เขาไม่ได้ให้น้ำยามาด้วยนะ ต้องหาซื้อมาเอง

ถ้าใครสนใจ ENFOJER Portable Smartphone Photographic Enlarger ตอนนี้มันเป็นโปรเจคหาเงินระดมทุนในเว็บ INDIEGOGO เพื่อผลิตออกขายจริง ซึ่งถ้าช่วยลงขั้นเป็นจำนวนเงิน $250 หรือประมาณ 7,800 บาทนิดๆก็จะได้รับไปหนึ่งชุดเมื่อมันผลิตเสร็จค่ะ




คำแนะนำในการเลือกทำเลที่ตั้ง โครงการคอนโด

การเลือกซื้อคอนโดมิเนียม นั้น มีหลักในการควรพิจารณาอยู่หลายข้อที่คล้ายคลึงกับการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยเช่นกันค่ะ เช่น นอกจากจะต้องพิจาณาหน้าตาของห้องชุดที่ถูกใจแล้ว ยังต้องพิจาณาในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้าง โครงการคอนโด ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ระบบขนส่งมวลชน,สภาพของชุมชนรอบอาคารคอนโดมิเนียม และสถานที่สำคัญที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตแต่ละแห่ง

สำหรับคำแนะนำในการเลือกทำเลที่ตั้งของ  โครงการคอนโด นั้น ขอให้ยึดหลักการพิจารณาคร่าว ๆ ดังนี้นะคะ

1. ให้ดูว่าตัวอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมนั้น ตั้่งอยู่ในทำเลใด แออัดหรือไม่ และอยู่ใกล้ชุมชนที่มีคุณภาพหรือเปล่า
2. ดูว่าเส้นทางที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวคอนโดมิเนียม อยู่ใกล้-ไกลจากถนนใหญ่มากเพียงใด ไม่ควรเลือกคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ลึกหรืออยู่ไกลจากถนนใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้เราเดินทางไม่สะดวก
3. นอกจากดูถนนแล้ว ให้ดูระบบขนส่งมวลชนด้วยค่ะ ดูว่ามีรถเมล์สายใดบ้างที่วิ่งผ่าน ดูระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้าบนดิน,ใต้ดิน ว่ามีอยู่หรือไม่ และใกล้ไกลจากตัวคอนโดมิเนียมเพียงใด
4.  โครงการคอนโดที่เราสนใจควรอยู่ใกล้กับสถานที่ที่เราต้องเดินทางไปบ่อย ๆ เช่น อยู่ใกล้ที่ทำงานของตัวเอง,ใกล้โรงเรียนของลูก เป็นต้น
5. ในเรื่องของฮวงจุ้ยก็สำคัญสำหรับผู้ที่มีความเชื่อในศาสตร์แขนงนี้เช่นกันค่ะ ให้ดูว่าสิ่งปลูกสร้างที่อยู่รอบ ๆ  โครงการคอนโด ต้องไม่มีลักษณะร้ายเช่น มีเหลี่ยมมุมของอาคารข้างเคียงพุ่งเข้าใส่ ใกล้ทางยกระดับ สะพานลอยที่พาดผ่าน มีเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่อยู่ใกล้ ๆ รวมไปถึงดูว่ามีทางรถไฟอยู่ใกล้ ๆ หรือเปล่า
6.ไม่ควรเลือกซื้อ โครงการคอนโดที่อยู่ติดกับวัด ศาลเจ้า สุสาน หรือป่าช้า นะคะ
7. โครงการคอนโดไม่ควรถูกล้อมรอบไปด้วยตึกที่สูงกว่า เพราะนอกจากจะขัดต่อหลักฮวงจุ้ยแล้ว อาคารสูงเหล่านั้น ยังอาจบังทิศทางลม ทำให้ห้องพักที่เราซื้ออยู่ในมุมอับ และบดบังทัศนียภาพภายนอกอีกด้วย
8. นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ข้อที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกหาทำเลที่ตั้งของ โครงการคอนโด อีกข้อหนึ่ง ก็คือการมองข้ามไปถึงอนาคตค่ะ ว่าทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมที่เราสนใจนั้น มีอนาคตการเติบโตเช่นไร เพราะจะส่งผลต่อการอยู่อาศัยและการเก็งกำไรในอนาคตเมื่อเราต้องการขายด้วย

เมื่อเลือกได้ทำเลที่ถูกใจแล้ว ก็ให้สำรวจว่ามี  โครงการคอนโด โครงการใดบ้างที่อยู่ในพื้นที่หรือทำเลที่เราสนใจบ้าง จากนั้นจึงเริ่มต้นสำรวจข้อดี-ข้อด้อยของแต่ละ โครงการคอนโดเพื่อนำมาเปรียบเทียบหาโครงการที่ดีและถูกใจเราที่สุดค่ะ